|
คลอดก่อนกำหนดเพราะโรคเหงือก? |
|
“งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าโรคเหงือกจะเป็นตัวกระตุ้นให้ระดับของเหลวทางกายภาพเพิ่มขึ้นซึ่งมันจะไปเร่งให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด ข้อมูลยังบ่งบอกอีกว่า หากโรคเหงือกทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ โอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดยิ่งมีสูงมากขึ้น”
เคยได้ยินว่าเมื่อตั้งครรภ์ ทารกในครรภ์จะดึงสารอาหารจากฟันของแม่ไปด้วย ทำให้แม่ฟันผุมากขึ้น จริงหรือไม่คะ แล้วอย่างนี้ต้องเพิ่มการดูแลรักษาสุขภาพฟันในช่วงตั้งครรภ์มากน้อยอย่างไรคะ
“ในทางการแพทย์แล้วนั้น ถือได้ว่าคำกล่าวนี้ไม่เป็นความจริงเลยครับ สาเหตุจากฟันผุในช่วงตั้งครรภ์มาจากการดูแลรักษาฟันไม่ดีพอ ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้มีผลต่อเหงือก คือ เหงือกจะมีอาการบวม และอักเสบง่ายกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อแปรงฟันก็จะเจ็บและมีเลือดออกได้ง่าย ทำให้คุณแม่ละเลยการแปรงฟัน เหงือกจึงอักเสบ และฟันผุมากขึ้นในช่วงนี้ 
...อีกสาเหตุที่ทำให้ฟันผุง่ายกว่าปกติ คือ เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่จะมีอาการแพ้ท้อง อาเจียนบ่อย กรดจะค้างอยู่ภายในช่องปาก ดังนั้น ถ้าบ้วนปาก หรือ แปรงฟันไม่สะอาดหลังอาเจียน ก็จะทำให้ฟันผุได้ง่ายขึ้น คุณแม่หลายท่านซึ่งเป็นผู้ที่มีความกลัวการทำฟันอยู่แล้ว พอเริ่มตั้งครรภ์ยิ่งทำให้มีความกลัว และวิตกกังวลมากขึ้น โดยเฉพาะกลัวว่าจะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
...อย่างไรก็ดี จากการศึกษาพบว่า คุณแม่หรือหญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะเป็นโรคเหงือกอักเสบ ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่ก่อตัวที่ฟัน และสร้างความระคายเคืองให้แก่เหงือก อาการที่บ่งบอกของโรคนี้คือ อาการบวมแดง และเลือดออกบริเวณเหงือก ซึ่งโรคเหงือกอักเสบในแม่ตั้งครรภ์เกิดได้บ่อย เนื่องจากการเพิ่มของระดับฮอร์โมนที่ทำให้เหงือกเกิดอาการระคายเคืองต่อคราบจุลินทรีย์ที่รุนแรงกว่าปกติ
...ดังนั้น สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคเหงือกอักเสบก็คือ คราบจุลินทรีย์ ไม่ใช่ปริมาณของฮอร์โมนในร่างกาย การดูแลอนามัยช่องปากอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแม่ตั้งครรภ์มักจะมีพฤติกรรมการรับประทานจุบจิบ ประกอบกับ มีการเปลี่ยนแปลงของระบบฮอร์โมนในร่างกาย จึงให้มีโอกาสเสี่ยง ต่อการเป็นโรคฟันผุ หรือเกิดเหงือกอักเสบได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ดังนั้น จึงควรแปรงฟัน หลังรับประทานอาหารอาหารมื้อหลัก ทั้ง 3 มื้อ เพื่อให้สภาพช่องปากสะอาดไม่เป็นโรค และในขณะตั้งครรภ์ ควรได้รับการตรวจสภาพช่องปากด้วย เพื่อรับคำแนะการดูแลรักษาความสะอาดช่องปากอย่างถูกต้อง และรับการตรวจวินิจฉัย อาการเหงือกอักเสบ หรือโรคฟันผุ ซึ่งหากตรวจพบว่าเป็นโรค จะได้ทำการรักษาในระยะเริ่มแรก เช่น การอุดฟัน การขูดหินปูน”
ปัญหาโรคเหงือกในแม่ตั้งครรภ์จะมีผลต่อการคลอดไหมคะ และถ้ามี จะต้องดูแลอย่างไรบ้างคะในช่วงนี้
“มีหลักฐานหลายประการที่บ่งชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างโรคเหงือกและการคลอดก่อนกำหนด และทารกแรกเกิดที่มีน้ำหนักต่ำกว่ามาตรฐาน แม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาโรคเหงือกมีโอกาสสูงที่จะคลอดก่อนกำหนด หรือให้กำเนิดทารกที่ตัวเล็กกว่าปกติ
…อย่างไรก็ตามงาน วิจัยเหล่านี้ยังต้องการการศึกษาเพื่อยืนยันว่าโรคเหงือกส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ แต่งานวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่าโรคเหงือกจะเป็นตัวกระตุ้นให้ระดับของเหลวทางกายภาพเพิ่มขึ้นซึ่งมันจะไปเร่งให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด ข้อมูลยังบ่งบอกอีกว่า หากโรคเหงือกทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ โอกาสที่จะคลอดก่อนกำหนดยิ่งมีสูงมากขึ้น
...การหมั่นดูแลรักษาฟันให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณขอบเหงือก จะช่วยได้อย่างมากในการลด หรือแม้แต่ป้องกันไม่ให้เกิดโรคเหงือกอักเสบระหว่างการตั้งครรภ์ นอกจากนั้นการรับประทานอาหารที่ทดแทนของหวาน อย่างเช่น เนย ผักและผลไม้สด จะเป็นผลดีต่อสุขภาพฟันของคุณแม่ด้วย”
ถ้าต้องการเข้ารับการรักษาฟันในช่วงตั้งครรภ์จะสามารถทำได้หรือไม่ ควรเป็นช่วงระยะเวลาใดจึงจะปลอดภัยคะ ต้องแจ้งเรื่องใดกับทันตแพทย์บ้าง
“ในการทำฟันโดยเฉพาะใน ช่วง 4 - 6 เดือนของการตั้งครรภ์ จะเป็นระยะที่เหมาะสม และปลอดภัยมากที่สุด ไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์แต่อย่างใด
...ส่วนในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์นั้น จะเป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่มีการปรับตัวทั้งสภาวะร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งอารมณ์จะไม่ปกติ การจะต้องมาทำฟัน อาจทำให้คุณแม่มีความเครียดเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อทารก แต่จะยกเว้นในกรณีที่คนไข้มีอาการปวดมาก ทันตแพทย์ก็คงพิจารณาเฉพาะในแต่ละราย เพื่อลดอาการปวดของคุณแม่ที่อาจจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้เช่นกัน
…ส่วนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอดนั้น การนั่งทำฟันนานๆ จะไม่สะดวกต่อคุณแม่เอง ช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ไม่เหมาะแก่การทำฟัน ยกเว้นในกรณีที่คุณแม่มีอาการปวดมาก หรือมีการติดเชื้อภายในช่องปาก
…หากไปพบทันตแพทย์ระหว่างการตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ควรแจ้งให้ทันตแพทย์รู้ว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่ และควรจะไปพบทันตแพทย์ในช่วงที่อายุครรภ์อยู่ในช่วง 4 - 6 เดือนเพราะเป็นช่วงที่บรรเทาจากอาการแพ้ท้องแล้ว เพราะโดยปกติแล้ว การถ่ายภาพรังสี การใช้ยาชาในการทำฟัน การใช้ยาปฏิชีวนะ โดยเฉพาะตัวยาในกลุ่มเททร้าไซคลินเป็นสิ่งที่แพทย์ไม่ควรทำในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ นอกจากว่าจะเป็นภาวะจำเป็นจริงๆ ส่วนในระหว่าง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ครรภ์จะใหญ่มากเกินไป จะลำบากในการต้องรับการรักษาฟันนานๆ การต้องไปนั่งรอนานๆ ในคลินิกเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกสบายนักสำหรับหญิงมีครรภ์
...แต่ทั้งนี้ ถ้าหากจำเป็นต้องมีการนัดพบทันตแพทย์อย่างเร่งด่วน ควรแจ้งเรื่องที่ตั้งครรภ์กับทางคลินิกเอาไว้ล่วงหน้า ควรบอกถึงเรื่องความเครียด เรื่องประสบการณ์การแท้งบุตร หรือการรับประทานยาต่างๆ เพราะข้อมูลเหล่านี้จะมีผลต่อการการตัดสินใจของทันตแพทย์ในการทำการรักษา ทันตแพทย์อาจจำเป็นต้องติดต่อกับแพทย์ประจำตัวก่อนที่จะลงมือทำการรักษา หากมีความสงสัยหรือความกังวลใดควรปรึกษาทั้งทันตแพทย์และแพทย์ประจำตัวเพื่อช่วยเหลือ หากทันตแพทย์มีการสั่งยาไปให้รับประทานในการรักษา ไม่ควรรับประทานยาเกินปริมาณที่สั่งจ่ายครับ”
ขอขอบคุณ ศูนย์ทันตกรรมคลินิกปากช่อง
ถ.มิตรภาพ ปากช่อง จ.นครราชสีมา
โทร.044-280090
|