หมวดหมู่บทความ พบคุณหมอเด็ก คลินิกหมอเด็ก

Search by tag : พบคุณหมอเด็ก, คลินิกหมอเด็ก, ห่วงน้องติดคางทูมจากพี่


ลูกเรียนได้ไม่ดีเท่าที่ควร
(2 votes)

เด็กที่มีปัญหาการเรียนนั้น พบได้ทุกช่วงอายุค่ะ ประมาณได้คร่าวๆ ว่า เด็ก 1 ใน 10 คน มีปัญหาการเรียน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย

เด็กที่เป็นโรคซน สมาธิสั้นจะสังเกตอย่างไรคะ แตกต่างกับเด็กที่เป็นแอลดีหรือไม่ ต้องพาเขามาตรวจที่โรงพยาบาลหรือไม่ คือลูกชายไม่ค่อยอยู่นิ่งเฉยค่ะ ชอบวิ่งเล่น เวลาให้ทำอะไรสักอย่าง ดูจะไม่ค่อยมีสมาธิ จะหันซ้ายหันขวา ลุกไปโน่นนี่ตลาด แต่แกก็หัวไวปกติดี รบกวนแนะนำด้วยค่ะ
“โรคซน สมาธิสั้นนั้น เกิดจากการทำงานบกพร่องของสมองค่ะ ทำให้เด็กมีอาการซน อยู่ไม่นิ่ง เคลื่อนไหวมาก ขาดสมาธิในการเรียน การทำงาน เด็กจะวอกแวกง่าย มีอาการหุนหันพลันแล่น วู่วาม มีความยากลำบากในการควบคุมตัวเองตามกาลเทศะ โดยเฉพาะในสถานที่ที่เด็กควรสำรวมกิริยา การเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น ในห้องเรียน ในห้องสอบ ซึ่งอาการซน สมาธิสั้นของเด็กนั้น มีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน และส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กทั้งที่โรงเรียน ที่บ้าน และสถานที่ต่างๆ ได้ค่ะ”
...ส่วนภาวะบกพร่องของกระบวนการเรียนรู้ ที่เรียกว่า Learning Disorders หรือแอลดีนั้น เป็นความบกพร่องของทักษะการเรียนรู้เฉพาะด้านค่ะ เช่น ด้านการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคำนวณโดยที่ใช้สติปัญญาของเด็กปกติดี โดยเด็กอาจจะมีความผิดปกติเพียงด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีหลายด้านร่วมกันก็ได้ค่ะ เด็กที่เป็นโรคนี้จะดูฉลาดเฉลียว พัฒนาการการเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรช่วงวัยเด็กเล็กก่อนเข้าเรียนดูเหมือนเด็กปกติ แต่พอเริ่มเข้าโรงเรียนและเริ่มมีการเรียนหนังสืออย่างจริงจัง ซึ่งโดยทั่วไปก็น่าจะเป็นช่วงเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา เด็กก็จะเริ่มมีปัญหาเรื่องเรียน โดยเฉพาะในทักษะด้านที่เด็กมีความบกพร่อง เช่น เด็กเรียนชั้นประถมปีที่ 3 แล้ว แต่เด็กยังอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็นเท่าเด็กอื่นๆ ในวัยเดียวกัน
...ซึ่งถ้าผู้ปกครองไม่ทราบ ไม่เข้าใจว่าเด็กเป็นโรคนี้ อาจเข้าใจผิดว่าเด็กไม่ตั้งใจเรียน ขี้เกียจ มองเด็กในแง่ลบ ตรงนี้ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่และเด็กได้ ทำให้เด็กเกิดความท้อแท้ เบื่อหน่ายการเรียน แล้วอาจจะเลิกเรียนกลางครัน ทำให้เสียโอกาสทางการศึกษาและโอกาสในการเรียนรู้ไปอย่างน่าเสียดาย
ลูกชายอายุ 5 ปีค่ะ มีปัญหาเรื่องการเรียนไม่ค่อยทันเพื่อน เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดมาตั้งแต่เด็ก และไม่ค่อยกล้าแสดงออก แกจะขี้อายมาก และค่อนข้างกลัวคนง่าย พยายามหาทางแก้ แต่เท่าไหร่ก็ยังเหมือนเดิม อยากทราบว่าสาเหตุสำคัญของปัญหานี้เกิดจากอะไรคะ ที่บ้านก็ดูแลดี พยายามให้เวลากับลูก กลัวโตขึ้นจะเป็นหนักกว่าเดิมค่ะ
“การที่เด็กคนหนึ่งมีปัญหาการเรียน เรียนได้ไม่ดีตามที่ควรจะเป็นนั้น มีเหตุปัจจัยได้หลากหลายร่วมกันค่ะ หมอจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เช่น เด็กคนหนึ่งเป็นโรคซน สมาธิสั้น แต่ผู้ปกครองไม่เข้าใจ หรือไม่ทราบว่าเด็กเป็นโรคนี้ เข้าใจว่าเด็กซนเพราะตั้งใจ ไม่สนใจเรียน ขี้เกียจทำการบ้าน หมกงาน ทั้งยังซุ่มซ่าม ชอบทำข้าวของเสียหาย
...ส่วนที่โรงเรียน ในชั้นเรียน เด็กพูดคุยระหว่างครูสอน แหย่เพื่อน ไม่มีสมาธิในการเรียน ไม่จดงาน ไม่ส่งงานที่ครูให้ทำ ครูมองว่าเด็กขี้เกียจ ดื้อ ผู้ปกครองและครูพากันบ่น ดุว่า ตำหนิ บางครั้งถึงกับลงโทษรุนแรงด้วยการตี เด็กคนนี้ย่อมจะรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง รู้สึกว่าตนเองโง่ ขี้เกียจ เรียนไม่เก่ง มีปมด้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนที่เรียนเก่งกว่า เด็กอาจจะเกิดอารมณ์วิตกกังวล คิดมากในเชิงลบ ซึมเศร้า นำไปสู่พฤติกรรมต่อต้าน ก้าวร้าว เกเร หรือแยกตัว หนีเรียน ไปคลุกคลีกับเพื่อนที่มีปัญหาเดียวกัน เพื่อแสวงหาการยอมรับจากกลุ่ม ซึ่งเด็กกลุ่มที่มีปัญหาการเรียน ต่างก็ช่วยกันไม่ค่อยได้อยู่แล้ว ซ้ำร้ายอาจจะชักชวนกันไปสู่สิ่งที่เป็นภัยเพียงเพื่อหลีกหนีปัญหา เช่น การติดสารเสพย์ติด การหนีเรียนไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม จนถึงการเลิกเรียนหนังสือไปในที่สุด
...จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นว่า พฤติกรรมปัญหาจะเชื่อมโยงกัน ทำให้สถานการณ์บานปลาย ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขสาเหตุตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นเรื่องของปัญหาการเรียน ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือนั้น ต้องวิเคราะห์หาเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้ปัญหาการเรียนนั้นเกิดขึ้น และยังคงอยู่ จากนั้นก็ทำการแก้ไขสาเหตุไปพร้อมๆ กัน โดยต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากคุณพ่อคุณแม่ คุณครูที่โรงเรียน นอกเหนือจากทีมแพทย์ นักจิตวิทยา ครูการศึกษาพิเศษ รวมถึงผู้ที่สำคัญมากของปัญหานี้ ก็คือ ตัวเด็กเอง
...ในกรณีที่เด็กโตพอที่จะเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเขา เพื่อที่เด็กจะได้ให้การยอมรับและร่วมมือในการรักษา โดยมุ่งหวังว่าการรักษา ปัญหาการเรียนในเด็กนั้น จะช่วยให้เด็กผ่านพ้นอุปสรรคที่เกิดขึ้น และสามารถเรียนรู้ พัฒนาตนได้ตามศักยภาพที่เด็กมี โดยไม่เกิดปัญหาแทรกซ้อนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาอารมณ์ พฤติกรรม การปรับตัว สัมพันธภาพกับผู้อื่นหรือถ้าเกิดปัญหาขึ้นแล้ว ก็พยายามให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุดแก่ตัวเด็กและครอบครัว
...อย่างไรก็ดี เด็กที่มีปัญหาการเรียนนั้น พบได้ทุกช่วงอายุค่ะ ประมาณได้คร่าวๆ ว่า เด็ก 1 ใน 10 คน มีปัญหาการเรียน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย ผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเด็ก มีลูกมีหลานในวัยเรียน ไม่ว่าจะเรียนในระดับใด จึงควรสังเกตว่า เด็กมีปัญหาการเรียนหรือไม่ ถ้าสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรจะพาลูกหลานไปปรึกษากุมารแพทย์ จิตแพทย์เด็ก ครู การศึกษาพิเศษ เพื่อขอคำแนะนำและให้ความช่วยเหลือต่อไป”
พ่อแม่จะช่วยลูกให้ขยันเรียนได้อย่างไรบ้างคะ อยากให้ลูกขยันเรียน ขยันอ่านหนังสือหน่อยค่ะ เขาจะชอบเล่นมากกว่า และติดดูโทรทัศน์ ติดเกมส์ออนไลน์มาก หาทางแก้ยากจริงๆ ค่ะ
“คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ใหญ่ใกล้ชิด ควรมีทัศนคติที่ดีและเหมาะสมในการส่งเสริมและสนับสนุนเด็กด้านการเรียน มีความคาดหวังผลการเรียนจากเด็กที่เป็นไปตามจริง ไม่คาดหวังหรือกดดันเด็กให้เรียนดีมากจนเกินไป หรือในทำนองตรงกันข้ามไม่สนใจในเรื่องการเรียนของเด็กเลย ปล่อยเด็กให้เรียนไปตามยถากรรม เด็กเรียนได้ดีก็ไม่ชมเชย ไม่ชื่นชมสนับสนุนให้เด็กรักเรียน แบบนี้เด็กก็จะขาดแรงจูงใจในการเรียนให้ประสบความสำเร็จ ผู้ใหญ่ควรมีการปลูกฝังเรื่องวินัย ความรับผิดชอบให้แก่เด็ก ในแง่ของการเรียน และการใช้ชีวิตประจำวัน สร้างแรงจูงใจให้เด็กใฝ่รู้ และให้โอกาสแก่เด็กในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม
...นอกจากนี้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในบ้านก็สำคัญ ควรเป็นไปอย่างอบอุ่นใกล้ชิด ไม่ควรมีการทะเลาะเบาะแว้ง การใช้ความรุนแรงในครอบครัวค่ะ

แพทย์หญิงดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว
กุมารแพทย์ ศูนย์พัฒนาการและการเรียนรู้
ขอขอบคุณ โรงพยาบาลปิยะเวท

โทร. 0-2625-6500

ความเห็น (1)Add Comment
0
เนตรชนก จอมใจ
กันยายน 02, 2010
118.172.110.134
Votes: +0
...

หนูก็มีปัญหาเหมือนกันค่ะตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นป.4แต่ไม่มีใครรู้ค่ะเนื่องจากแม่มีน้องหนูต้องดูแลตัวเองตั้งแต่ป.1ค่ะแต่เกรดเฉลี่ยแต่ละเทอมอยู่ที่3.5ตลอดจนถึงป.3พอตอนป.4-ป.6เกรดเฉลี่ยเหลืออยู่ที่2.5ตลอดและป.6ได้ไปวัดIQอยู่ที่90-110จากนั้นม.1-ม.3ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เป็นเลยเพราะคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาแล้วแต่เกรดเฉลี่ยอยู่ที่3.65ตอนม.4ต้องย้ายร.ร.ใหม่และเรียนโปรมแกรมศิลป์-จีนเลยทำให้มีปัญหาทางด้านภาษาคือภาษาจีน,ดูนาฬิกาไม่เป็นและADHDด้วยค่ะจึงเขียนจดหมายไปถามศูนย์การเรียนพรวลัย จ.ลำปางเขาบอกว่าน่าจะเป็นLD,ADHDก็ทำการรักษาตั้งแต่ม.5เพราะคิวยาวและได้ยาริตาลินมาทดสอบอีกครั้งบอกว่าปกติดีเหมือนกันค่ะ(ที่สงสัยตอนป.4คือรับลูกบอลไม่ได้เลยทั้งที่ไม่ด้มีปัญหากล้ามเนื้อมัดใหญ่-เล็กแต่อย่างใดเลยsmilies/wink.gif

เขียนแสดงความเห็น
 
  smaller | bigger
 

busy
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
แม่และเด็ก 480 กุมภาพันธ์ 2555