|
|
มีคุณแม่หลายท่านสงสัยเกี่ยวกับอาการชักของลูก และส่งคำถามมาในคอลัมน์นี้ ว่าอยากรู้ถึงวิธีสังเกตและการช่วยเหลือเมื่อลูกมีอาการชัก เพื่อไขข้อสงสัย เราจึงเดินทางมาสอบถามพูดคุยกับ นายแพทย์มนตรี แสงภัทราชัย กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบประสาท แผนกกุมารเวช ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ซึ่งคุณหมอได้ให้ข้อมูลกับเราว่า 
“โรคลมชักเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยครับ อย่างในเด็กทารกก็มีอาการชักได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังเกิด หรืออาจจะไม่มีอาการเลย จนกระทั่งเขาเข้าสู่วัยเรียนหรือวัยรุ่นก็ได้ครับ ซึ่งโดยทั่วไปการชักในเด็ก กับในผู้ใหญ่จะมีความแตกต่างกัน โดยในผู้ใหญ่มักจะมีสาเหตุจากความผิดปกติในสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองตีบขอด จากการที่เลือดออกในสมอง เป็นต้น
...แต่เมื่อพูดถึงเรื่องเด็กมีอาการชัก ก็ต้องแยกแยะก่อนว่า เด็กมีอาการชักหรือเป็นลมชัก เพราะโดยทั่วไปพ่อแม่พอเห็นเด็กมีอาการเกร็งตัว หรือมีอาการกระตุกของร่างกาย ก็คิดว่าเด็กเป็นลมชัก ก็พยายามช่วยเหลือ แต่อาการชักในความหมายของแพทย์ อาจจะเป็นหรือไม่เป็นอาการชักก็ได้ครับ ซึ่งอาการชักในทางการแพทย์จะหมายถึง อาการใดๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดความผิดปกติของกระแสไฟฟ้าจากเซลล์สมองอย่างเฉียบพลัน แล้วทำให้เกิดอาการชัก เช่น อาจจะมีอาการชา เห็นภาพผิดปกติ นั่ง เหม่อก็ได้ครับ ดังนั้นถ้าเห็นว่าเด็กมีอาการเกร็ง มีการกระตุกของกล้ามเนื้อ แต่ไม่ได้เกิดจากการทำงานผิดปกติของสมอง อย่างนี้ก็ถือได้ว่าไม่ได้เป็นอาการชักครับ ขระที่โรคลมชัก สังเกตคือ เด็กจะมีอาการชักซ้ำๆ กัน แต่ไม่มีสาเหตุจากภายนอกสมองเป็นปัจจัยกระตุ้น
...อย่างไรก็ดี สาเหตุที่เด็กชักนี่ก็มีได้หลายอย่างครับ อาจจะชักจากการเป็นไข้ เป็นลมบ้าหมู ซึ่งอาการชักก็มีได้หลายอย่าง สังเกตคือ อาการชักไม่ใช่แค่แค่เกร็งกระตุกทั้งตัว ซึ่งอาการชักชนิดเกร็งกระตุกทั้งตัวและหมดสติ สมัยก่อนจะเรียกกันว่า ลมบ้าหมู ส่วนอาการชักที่ผู้ป่วยไม่มีอาการเกร็งหรือกระตุกทั้งตัว ก็เช่น อาการชักเฉพาะส่วน อย่างกระตุกแขนหรือขาข้างใดข้างหนึ่ง หรืออาการคลื่นไส้ปวดท้องเป็นๆ หายๆ อาการกลัว หรือความรู้สึกแปลกๆ อาการเห็นภาพหลอนหรือหูแว่ว ซึ่งขณะมีอาการ สังเกตว่าผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดีครับ
...ส่วนอาการชักแบบซับซ้อน จุดสังเกตคือ ผู้ป่วยมักจะมีอาการเตือนก่อนชักครับ เช่น อาการกลัวหรือปวดท้อง คลื่นไส้ จากนั้นสังเกตว่าผู้ป่วยมักจะไม่รู้สึกตัว บางรายก็อาจมีพฤติกรรมแปลกๆ และซ้ำๆ เช่น ทำปากขมุบขมิบ เคี้ยวปาก ขยับมือไปมา หรือใช้มือขยำเสื้อผ้าอย่างไม่รู้ตัว หรือผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเกร็ง กระตุกทั้งตัวตามมาก็ได้ครับ
…อาการชักอีกแบบหนึ่งที่พบได้บ่อยในเด็ก ก็คือ อาการชักแบบเหม่อนิ่ง สังเกตคือ ผู้ปกครองจะพบว่าเด็กจะหยุดพูดหรือหยุดเล่นทันทีครับ มักไม่ค่อยตอบสนองต่อการเรียก บางครั้งเด็กจะจ้องไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายคล้ายๆ กับอาการเหม่อ อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ไม่ถึงนาที หรืออาจจะมีการกระพริบตาถี่ๆ ร่วมด้วย หลังจากนั้นเด็กก็สามารถกลับมาคุยหรือเล่นต่อได้ตามปกติครับ
...ขณะเดียวกัน อาการชักที่พบได้ในเด็กอีกแบบ ก็คือ อาการชักกระตุกแขนขาเป็นชุดๆ ซึ่งมักพบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 3 เดือนถึง 1 ปี จุดสังเกตคือ เด็กจะมีอาการกระตุกแขนขาทั้งสองข้าง อาจเอาแขนโอบเข้าหาตัว และกระตุกศีรษะ ก้มเป็นจังหวะเหมือนพยักหน้า บ้างก็เหยีอดแขนหรือขา หรือทั้งแขนและขาสองข้างออกไปข้างหลัง พร้อมกับกระตุกศีรษะเงยขึ้นเป็นจังหวะ หรือทั้งสองแบบรวมกัน โดยอาการดังกล่าวมักเกิดเป็นชุดๆ ติดต่อกัน หรือบางครั้งมีอาการได้มากถึงร้อยครั้งต่อวัน ก็ต้องสังเกตให้ดี
…อีกแบบก็คือ อาการชักแบบตัวอ่อน ซึ่งผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการเกร็งกระตุกให้เห็น แต่จะชักแบบตัวอ่อน ไม่มีแรงและหมดสติล้มลงทันที อาการคล้ายคนเป็นลมครับ แต่ลักษณะชักเช่นนี้มักจะเกิดอย่างรวดเร็วไม่มีอาการเตือนมาก่อน จึงยากต่อการสังเกต
...ซึ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครองสังเกตว่าเด็กมีอาการชักแบบใดแบบหนึ่ง และสงสัย หรือกังวล ก็สามารถมาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจได้ครับ แพทย์ก็จะทำซักประวัติอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อวินิจฉัยว่าอาการที่เกิดขึ้นใช่อาการชักจริงหรือไม่ และถ้าใช่ เป็นอาการชักชนิดไหนเพื่อการรักษา ให้คำแนะนำที่ถูกต้อง หรือในเด็กบางราย แพทย์ก็อาจจะให้ตรวจเอ๊กซเรย์สมองเพิ่มเติม
...สำหรับการดูแลเด็กที่มีอาการชักแบบใดแบบหนึ่งนั้น แนะนำว่าอย่างแรกเลยคือการตั้งสติให้ดีครับ อย่าตกใจหรือเอามือเอาช้อนสอดใส่ในปากเด็ก เพราะกลัวว่าเด็กจะกัดลิ้นตนเอง ก่อนอื่นควรจะรีบให้เด็กนอนตะแคง วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเอาลิ้นตกไปอุดหลอดลม และยังช่วยกันการสำลัก จากนั้นก็คลายเสื้อผ้าของเขาออกมาให้หลวมๆ ถ้าเขามีไข้ก็ให้รีบเช็ดตัวเพื่อลดให้ความร้อนลดลง และรีบพาเขาส่งโรงพยาบาลครับ”
นพ.มนตรี แสงภัทราชัย
กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบประสาท
ขอขอบคุณ โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร.1719
|
|